คำนวณเพซในอากาศร้อนและชื้น

ในอากาศร้อนของกรุงเทพฯ ควรวิ่งช้าลงเท่าไหร่? ปรับเพซตามอุณหภูมิและความชื้นด้วยจุดน้ำค้าง พร้อมค่าตั้งต้นสภาพอากาศกรุงเทพฯ แบบกดครั้งเดียว

เพซที่ปรับแล้ว
6:21 /km
ช้าลง 5.7%
จุดน้ำค้าง
24.2°C
ค่าความร้อน (°F + °F)
158

คำนวณอย่างไร

ความชื้นสำคัญเพราะทำให้เหงื่อระเหยไม่ได้ เครื่องคำนวณแปลงอุณหภูมิและความชื้นเป็นจุดน้ำค้าง แล้วรวมอุณหภูมิกับจุดน้ำค้าง (เป็น °F) เป็นค่าความร้อน ตามวิธีของโค้ช Mark Hadley

ค่าไม่เกิน 100: ไม่ต้องปรับ สูงกว่านั้นต้องช้าลงมากขึ้นเรื่อยๆ ราว 1% ต่อ 10 จุดในช่วง 120–130 และมากกว่านั้นเมื่อสูงขึ้น เกิน 180 ไม่แนะนำให้วิ่งหนักเลย

เช้าทั่วไปในกรุงเทพฯ (28°C ความชื้น 80%) ได้ค่าราว 158 ควรวิ่งช้ากว่าในอากาศเย็นประมาณ 5–6%

คำถามที่พบบ่อย

ในกรุงเทพฯ ควรวิ่งช้าลงเท่าไหร่?

เช้าที่ชื้นทั่วไปช้าลงประมาณ 4–6% จากเพซในอากาศเย็น ส่วนบ่ายหน้าร้อนช้าลงมากกว่านั้นมาก หรือไม่ควรซ้อมหนักเลย

จุดน้ำค้างดีกว่าความชื้นสัมพัทธ์ไหม?

ดีกว่า ความชื้นสัมพัทธ์เปลี่ยนตามอุณหภูมิ จุดน้ำค้างบอกปริมาณความชื้นในอากาศจริง จึงบอกได้ว่าเหงื่อระเหยได้ดีแค่ไหน

ร่างกายจะชินกับความร้อนไหม?

ส่วนใหญ่ชินได้ การปรับตัวใช้เวลาราว 10–14 วันของการวิ่งในอากาศร้อนสม่ำเสมอ ช่วยให้ขับเหงื่อและคุมชีพจรได้ดีขึ้น แต่ยังช้ากว่าในอากาศเย็นอยู่ดี

ผลลัพธ์เป็นการประมาณเพื่อใช้วางแผนการซ้อม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

เครื่องมืออื่นๆ

คำนวณ VO2max
ประมาณ VO2max จากผลการแข่ง Cooper Test หรือชีพจร พร้อมเพซซ้อม
คำนวณเพซวิ่ง
หาเพซต่อกม. จากเวลาเข้าเส้นชัย หรือหาเวลาจากเพซ พร้อมสปลิต
คาดการณ์เวลาแข่ง
คาดการณ์เวลา 5K ถึงมาราธอน จากผลการแข่งล่าสุด
คำนวณโซนอัตราการเต้นหัวใจ
5 โซนการซ้อมและชีพจรโซน 2 จากอายุและชีพจรขณะพัก
คำนวณอัตราการเสียเหงื่อ
เสียเหงื่อกี่ลิตรต่อชั่วโมง และควรดื่มเท่าไหร่เมื่อวิ่งยาว
แปลงความเร็วลู่วิ่ง
แปลง km/h และ mph เป็นเพซต่อกม. และต่อไมล์
แผนเพซและสปลิตวันแข่ง
เวลาสปลิตทุกกม. ตามเป้าหมาย แบบเพซเท่ากันหรือครึ่งหลังเร็วขึ้น
คำนวณแคลอรี่จากการวิ่ง
แคลอรี่ที่เผาผลาญต่อการวิ่ง ต่อกม. และต่อชั่วโมง